ไข้เลือดออก ภัยเงียบ ที่คุณไม่ควรมองข้าม

0
13470

ไข้เลือดออก เป็นโรคที่น่ากลัว ความรุนแรงมีได้ตั้งแต่ไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ไปจนถึงตกเลือด ช็อก อวัยวะล้มเหลว จนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย
ปัจจุบัน ไข้เลือดออก ยังไม่มียาที่รักษาจำเพาะ มีเพียงแต่การรักษาประคับประคอง และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน ไปจนกว่าจะพ้นระยะวิกฤติ
สถานการณ์ล่าสุดของโรค ไข้เลือดออก ปีนี้ ล่าสุดมีผู้ป่วยรวม 102,762 ราย เสียชีวิต 102 ราย (ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 58)

1) ไข้เลือดออก เกิดจากไวรัสเดงกี่ ติดต่อผ่านทางยุงลายอย่างที่รู้ๆ กัน มีความรุนแรงหลากหลาย จนอาจช็อก อวัยวะล้มเหลว จนเสียชีวิตได้
2) อาการของ ไข้เลือดออก เริ่มจากไข้สูงลอย คือไข้สูงกินยาก็ไม่ลด ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร อาจมีจุดเลือดออกตามตัวได้
3) ระยะไข้จะนาน 2-7 วัน จากนั้นจะเข้าช่วงไข้ลง ซึ่งเป็นช่วงน่ากลัวที่สุดเพราะคนไข้ 1 ใน 3 จะมีน้ำเลือดรั่วออกจากเส้นเลือด
4) ช่วงไข้ลง หากเป็นรุนแรง อาจมีน้ำเลือดรั่วออกจากเส้นเลือดจนช็อก อวัยวะล้มเหลว บางคนอาจเกล็ดเลือดต่ำจนมีเลือดออกในอวัยวะต่างๆ
5) บางรายเกล็ดเลือดต่ำจนเกิดภาวะแทรกซ้อน คือ เลือดหยุดยาก จ้ำเลือด ถ่ายดำ ปัสสาวะเป็นเลือด ตัวเย็น มือเท้าเย็น กระสับกระส่าย
6) บางรายช็อกรุนแรง อาจมีอาการเช่น หิวน้ำ กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ชีพจรเบา เร็ว ปวดท้องเฉียบพลัน ความดันตก
7) หากผู้ป่วยมีอาการช็อกและไม่ได้รับการรักษา จะเกิดอวัยวะล้มเหลวตามมา เช่น ไตวาย ตับวาย และเสียชีวิตใน 24-48 ชม.
8) แต่เนื่องจาก ไข้เลือดออก ไม่มียาจำเพาะ ต้องรักษาด้วยการประคับประคอง ถ้าเลือดออกก็ให้เลือด ช็อกก็ให้น้ำเกลือทดแทน
9) ผู้ป่วย ไข้เลือดออก ที่มีอาการหนักจนต้องนอน รพ. จะต้องมีการเจาะเลือดติดตามใกล้ชิด วัดสัญญาณชีพ ความดันโลหิตใกล้ชิด
10) หลังพ้นช่วงวิกฤต จะเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว เกล็ดเลือดจะค่อยๆ ขึ้นจนปกติ มีผื่นคันตามตัวได้ และกินได้มากขึ้น
11) ผู้ป่วย ไข้เลือดออก ส่วนใหญ่หายเองได้ มีเพียงประมาณ 10% ที่จะมีภาวะแทรกซ้อนอย่างที่กล่าวมา และมีเพียงประมาณ 1% ที่รุนแรงถึงขั้นช็อก
12) ไม่จำเป็นต้องรับผู้ป่วย ไข้เลือดออก นอน รพ.ทุกคน โดยเฉพาะระยะแรกรักษาเป็นผู้ป่วยนอกได้ โดยแพทย์จะให้สังเกตอาการและนัดตรวจเลือดเป็นระยะ