ขอเชิญร่วมกันไขปริศนา “เรือโรฮีนจา” ลอยลำจริงหรือแค่จัดฉาก!?

0
3513

ทันทีที่เรื่องราวการอพยพย้ายถิ่นฐานของ “ชาวโรฮีนจา” ปรากฏต่อหน้าสื่อ ก็เกิดกระแสดรามาตามมามากมายผู้คนต่างจับจ้องการตัดสินใจของประเทศไทย รวมถึงความสงสัยว่อนโลกออนไลน์ว่าเป็นไปได้แค่ไหนที่ชาวโรฮีนจาจะอยู่บนเรือลำเล็กๆ ได้นานแรมเดือนโดยไม่มีผู้อยู่เบื้องหลัง!

ปริศนาออนไลน์ที่รอวันคลี่คลาย!

ปัญหาการอพยพย้ายถิ่นฐานของ “ชาวโรฮีนจา” กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ผู้คนให้ความสนใจ และเป็นที่พูดถึงมากที่สุดอยู่ ณ ขณะนี้ ประเทศต่างๆ ต่างจดจ้องและวิจารณ์การตัดสินใจของประเทศไทย หรือการรายงานข่าวในลักษณะดรามาท่ามกลางกระแสขับไล่ชาวโรฮีนจาให้ออกไปจากประเทศไทย และลามไปถึงการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์

เฉกเช่น กรณีกระทู้เว็บไซต์พันทิปที่ตั้งข้อครหากับชาวโรฮีนจาในหัวข้อ “เป็นไปได้เหรอครับที่ชาวโรฮีนจา อยู่บนเรือลำเล็กๆ ได้นานเป็นเดือน” โดยตั้งข้อสงสัยในแง่ของวิทยาศาสตร์ ความสามารถของเครื่องยนต์ในการเดินเรือ ความว่า

“ขอเน้นเรื่องวิทยาศาสตร์นะครับ ไม่เน้นดรามา ดูข่าวบอกว่า เรือผู้อพยพชาวโรฮีนจาอยู่ในทะเลมาแล้วเป็นเดือน บ้างก็บอกว่า 2-3 เดือน ไม่รวมเรื่องอาหารและการอยู่อาศัยนะครับ ในแง่วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ความสามารถของเครื่องยนต์ที่ต้องเดินทางไกลมากๆ ติดต่อกันหลายวัน

ต้องเตรียมน้ำมันขนาดไหนถึงจะมีสำรองไปได้ตลอดรอดฝั่ง (จากบังกลาเทศไปอินโดฯ ก็ไกลอยู่นะ) มันเป็นไปได้เหรอครับ ไหนจะต้องฝ่าคลื่นลมคลื่นมรสุมอีก (แถมบรรทุกคนขนาดนั้น น้ำหนักไม่ใช่น้อยๆ) ถ้าไม่ใช่เรือใหญ่ๆ นี่จะเอาอยู่เหรอครับ หรือว่าจริงๆ แล้วมีนายทุนนำเรือลำใหญ่พามา พอใกล้ฝั่ง ก็ปล่อยให้ลงเรือลำเล็กๆ เรียกความสงสาร”

ทันทีที่กระทู้ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียจำนวนไม่น้อยต่างออกมาแสดงความเห็นและวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับประเด็นนี้กันอย่างหนาหู โดยกล่าวว่า เป็นไปไม่ได้แน่นอนที่พวกเขาจะอยู่ในเรือได้เป็นเดือน เพราะเรือลำนี้ไม่น่าจะทนทานต่อคลื่นแรงๆ ได้ อีกทั้งมีความสงสัยในเรื่องของความเป็นอยู่และอาหารการกินอีกด้วย

“หลักความจริงมาพูดคุยกัน การเดินเรือในทะเล ติดต่อกัน เกิน 5 วัน สิ่งที่น่าสังเกต สำหรับเรือขนาดนี้ (ตามรูป) ไม่น่าจะทนทาน ต่อคลื่นลูกแรงๆ สูงๆ ของทะเลได้แต่ที่ผมสงสัยมากกว่าคือ น้ำดื่ม นับจำนวนคนบนเรือ น้ำดื่มเก็บไว้ไหน? การตากแดดร้อนๆ กลางทะเลทั้งวัน + หลายวัน ริมฝีปากมันต้อง แตก แห้ง ขาดน้ำ ไม่ใช่เหรอ?

ในทะเล ฝน + ร้อน สลับกันไปมาอยู่อย่างนี้ ร่างกาย ต่อให้เป็นพวกทน อึด ทึก ก็ไม่น่าจะรับไหว 7 วันก็ป่วย ร่วงหมดลำแล้วมั้งครับ เสื้อผ้า เดินทางรอนแรม มาในทะเลตั้งนาน ทำไม สีไม่ซีด เสื้อไม่ขาด ลมในทะเล ไม่ใช่สงบนิ่ง เหมือนเดินในสวนหลังบ้าน หนาว, เย็น, ร้อน สลับกันไป เสื้อผ้าชุดเดียวคงไม่น่าพอ ผมคิดแบบ เดินทาง 8 วันในกลางทะเล โดยสภาพเรือ และความเป็นอยู่แบบที่เห็นในภาพนะครับ”

แน่นอนมีผู้เข้ามาแสดงความเห็นในทิศทางเดียวกัน ตั้งข้อสังเกตว่า เรือที่บรรทุกคนจำนวนมาก ต้องมีปัจจัยสำคัญในการเดินเรือไม่น้อย และถ้าขาดสิ่งใดส่งหนึ่งไป การเดินทางด้วยเรือจะเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายเป็นอย่างมาก

“เรือบรรทุกคนขนาดนั้นถ้าจะเดินทางได้ตามเส้นทางที่ต้องการต้องมีอะไรบ้าง 1.คนขับเรือ (ไต๋ก๋ง) 2.เครื่องนำทาง(GPS) 3.น้ำอาหาร สำหรับเพียงพอกับทุกคน 4.สิ่งของกำบังแดดและน้ำค้าง กลางทะเล 5.สภาพเรือต้องพร้อม เครื่องยนต์ต้องพร้อม และน้ำมันเชื้อเพลิงต้องพร้อม 6.ความรู้ความชำนาญของ ไต๋ก๋ง เรื่อง พายุลมแรง
เท่าที่นึกออก ถ้าขาดสิ่งใดส่งหนึ่งไป การเดินทางด้วยเรือแบบนั้นจะเสี่ยงมาก ขนาดว่าไปตายเอาดาบหน้า นอกจากไม่ได้มาแบบที่เห็นลอยเรืออยู่ติดฝั่งแล้ว แต่ใช้การขนถ่ายลงจากเรือใหญ่เอา”

หรือบางรายมีความคิดเห็นในเชิงที่ว่า อาจจะมีนายทุนอยู่เบื้องหลัง คอยส่งเสบียง น้ำมัน ผ่านเรือเล็กมาให้อย่างแน่นอน

“พวกค้ามนุษย์ มีเรือเสบียงมาส่งทุกๆ 3 ชั่วโมง เรือสุขาอะไรก็มีให้หมด เพราะสินค้าในเรือต้องครบจำนวนตามที่สั่ง ไม่แปลกอะไรหรอก มันเป็นแบบนี้มา 10 กว่าปีแล้ว ผมก็ไม่เข้าใจจะมาดังอะไรช่วงนี้ เรียกกระแสไปทำไมกัน”

“เขาว่าทำกันเป็นขบวนการ โรฮีนจาไม่ได้นั่งเรือเสี่ยงภัย ความเป็นจริงมีการลำเลียงส่งต่อกันมาเป็นทอดๆ พักมนุษย์เรือไว้ตามจุดต่างๆ เกาะร้างกลางทะเล หรือจุดซ่อนเร้นในประเทศใกล้เคียง รอเดินทางสู่เป้าหมายต่อไป” หรือ “แค่การจัดฉาก ของพวกรับจ้างขน”

กระทั่งบางความเห็นมองลึกลงไป ตั้งข้อสันนิษฐานว่าใต้ท้องเรืออาจถูกสร้างขึ้นมาให้มีหลายชั้นก็เป็นได้ “ดูจากรูป ใต้ท้องเรือน่าจะมีห้องอยู่นะ เก็บเสบียงกับน้ำมันน่าจะได้ ไม่อนุญาตให้แรงงานลงไปนอกจากผู้คุม แต่ที่รู้สึกแปลกคือ น่าจะมีคนตายไปบ้างระหว่างเดินทาง หรือไม่ตายก็ต้องมีสิบกว่าคนที่ป่วยนอนซมในรูปไม่มีเลย”

“เรื่องใต้ท้องเรือ มีรายงานว่าเรือถูกดัดแปลงให้มีหลายชั้น เพราะอย่างนั้นเป็นไปได้ว่ามีที่เก็บเสบียงแน่ แต่ในข่าวคือ ลอยลำเพราะนายหน้าหนีไปพร้อมคนขับเรือ ซึ่งหลังจากนายหน้าหนีไป เสบียงไม่เหลือแน่ และไม่อยู่รอดแบบหน้าตาดูชุ่มชื้นแบบนี้ (ในแดดอย่างนี้) แน่ๆ”

เป็นไปได้! เรือดัดแปลงเพื่อบรรทุกคน

จากประเด็นดังกล่าวข้างต้น ทีมข่าว ได้สอบถามไปยัง กนก ขาวมาลา ผู้เชี่ยวชาญด้านเรือไทย ทายาทผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์เรือไทย “ครูไพฑูรย์ ขาวมาลา”เพื่อให้ช่วยวิเคราะห์เรื่องเรือของชาวโรฮีนจาจากภาพข่าวต่างๆ ที่ออกมาเขามองว่า เป็นเรือประมงน้ำลึก โดยบางลำอาจมีการดัดแปลงเพิ่มเติมเพื่อให้บรรทุกคนขึ้นเรือได้จำนวนมาก

“ที่เห็นจากภาพข่าวบางข่าว ท้ายเรือจะมีการทำเป็นคอกกั้นเสริมขึ้นมาเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้สามารถนั่งหรือยืนได้สะดวก แต่ก็อันตรายเรื่องจุดศูนย์ถ่วง อย่างเรือของชาวโรฮีนจาที่ถูกจับได้ครั้งแรก อันนั้นเข้าใจว่าน่าจะต่อด้านท้ายเรือโดยใช้ไม้กระดาน ทำสูงขึ้นมาเป็นคอกเพื่อให้คนนั่ง นอน หรือโหนได้โดยไม่ตกน้ำ บางลำอาจมีการถอดเสากระโดงเรือออกเพื่อจะได้บรรจุคนในจำนวนเยอะๆ” ผู้เชี่ยวชาญด้านเรือไทยเผย

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการชีวิตบนเรือที่ลอยลำอยู่กลางทะเลเป็นเวลาแรมเดือน ผู้เชี่ยวชาญด้านเรือบอกว่า ถ้ารอดมาได้ถือว่าอึดสุดๆ แล้ว

“ด้วยจำนวนคนที่เยอะมากๆ จึงไม่น่าจะมีเตาในการปรุงอาหาร เพราะลำพังที่นอน ที่ยืนก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว คงจะกินกันง่ายๆ แห้งๆ แล้วก็มีน้ำจืดดื่มบ้างพอประทังชีวิตกันไป ส่วนการอยู่อาศัยบนเรือคงจะผลัดกันยืนบ้าง นอนบ้าง เรื่องของขับถ่ายก็จะมาโหนกันตรงกราบเรือด้านท้าย จากนั้นก็ปล่อยลงทะเลไปเลย”

นอกจากนั้น ยังบอกต่อไปว่า ด้านล่างท้องเรือ มีความลึกประมาณ 1.30-2 เมตร ปกติเป็นที่เก็บปลา แต่ถ้าลงไปอยู่อาศัยก็คงต้องอยู่อย่างลำบาก ส่วนใหญ่จะนอนกันส่วนท้ายที่เป็นเก๋งเรือ (อยู่ด้านท้ายของเรือ) มากกว่า ส่วนอื่นๆ เท่าที่เห็นจากภาพ ไม่มีเรือช่วยชีวิต เวลาจะไปไหนก็คงต้องใช้วิธีกระโดดน้ำว่ายออกไป

“คนที่อยู่ใต้ท้องเรือคงต้องทรมานมากๆ เพราะมีทั้งกลิ่นอับ กลิ่นชื้น กลิ่นเหม็น รวมไปถึงกลิ่นของน้ำมันเครื่อง อยู่มาได้ 5-6 วันก็อึดแล้ว หากต้องอยู่กันเป็นเดือนๆ คงต้องอึดมากจริงๆ ซึ่งการจะอยู่เป็นเดือนๆ ได้คงต้องแวะพักตามเกาะเล็กๆ หรือเลาะไปตามชายฝั่งเพื่อหาน้ำและของกิน จากนั้นก็แล่นต่อไป

แต่ส่วนตัวเข้าใจว่าพวกนี้คงจะมีคนเติมเชื้อเพลิง เติมน้ำให้บ้างเป็นระยะๆ เพราะอยู่แออัดในเรือเป็นเดือนๆ ไม่ไหวหรอกครับ” ผู้เชี่ยวชาญด้านเรือเผย ก่อนจะบอกต่อไปว่า “แล้วเด็กต้องดื่มน้ำปัสสาวะของแม่ ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า แต่ถ้าจำเป็นมันก็คงต้องใช้วิธีนั้น”

นี่คือการจัดฉากจากผู้อยู่เบื้องหลัง!?

กัปตัน ธีระศักดิ์ อัจฉริยวิทย์กุล โรงเรียนนักเดินเรือ ก็มีความคิดเห็นเป็นไปในทางเดียวกัน คือคิดว่าการที่ชาวโรฮีนจาอาศัยอยู่บนเรือนานเป็นเดือนนั้นไม่มีความเป็นไปได้เลย และด้วยความที่ว่าคนนับร้อยที่ต้องเบียดเสียดกันอยู่บนเรือก็ไม่มีทางเป็นไปได้อีกเช่นกัน ว่าจะมีที่เพียงพอสำหรับเก็บเครื่องอุปโภคบริโภค

“มันเป็นไปไม่ได้หรอกนะครับ ที่มันลอยได้มันก็ต้องมีคนซัปพอร์ตให้อยู่แล้ว จำนวนคนที่อยู่ในเรือลำนั้นเอาง่ายๆ ที่เห็นเป็นร้อยคน 1. ก็คือจำนวนคนร้อยคนที่ไปอยู่ในนั้นเขาจะเอาอาหารที่ไหนมา 2. ตัวปัจจัยสำคัญเรื่องของน้ำจืดต้องบรรจุเยอะมาก ร้อยคนเอาง่ายๆ เต็มที่ต้องวันละ 3-5 ลิตร เรือชาวโรฮีนจาที่ใช้อยู่มันไม่ใช่เรือขนาดใหญ่มาก แค่บรรจุร้อยกว่าคน จะให้บรรจุน้ำดื่มก็ไม่พอแล้ว”
ส่วนในเรื่องของนายทุน ที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างตั้งข้อสงสัยไว้ ว่าอาจจะมีผู้ที่อยู่เบื้องหลังของการอพยพในครั้งนี้ เขากล่าวสรุปสั้นๆ กับทางทีมข่าวว่ามีความเป็นไปได้อย่างแน่นอน และไม่เชื่อว่าเรือลำนี้จะอยู่ได้เป็นเดือนๆ อาจจะเป็นการจัดฉากหรือว่ามีคนคอยซัปพอร์ตอยู่

ต่อข้อซักถามที่ว่า ความสามารถของเครื่องยนต์ในการเดินเรือที่ต้องเดินทางไกลติดต่อกันหลายๆ วัน ต้องเตรียมน้ำมันมากขนาดไหนถึงจะพอต่อการเดินทาง และการให้คำตอบของเขาในครั้งนี้ทำให้ฉุกคิดได้ว่า เรือที่เห็นอยู่เป็นเรือขนาดเล็กจะวิ่งทางไกลได้อย่างไร เพราะถ้าหากเจอมรสุมคงเกิดอันตรายไปเสียแล้ว

“เนื่องจากเรือของชาวโรฮีนจาที่เห็นนะครับ มันก็เป็นเรือกึ่งชายฝั่ง เพราะฉะนั้น เรื่องของอัตราการกินน้ำมัน มันไม่เยอะหรอก อย่างในอ่าวไทย ในอ่าวที่โรฮีนจาวิ่งมาจากบังกลาเทศ พม่า วัตถุประสงค์ของเขาเข้าใจน่าจะใช้ประโยชน์สำหรับลอยลำเพื่อให้เรือของทหารมันจับไปอย่างนี้มากกว่า

แต่วัตถุประสงค์ที่วิ่งจากอ่าวไทย วิ่งจากฝั่งบังกลาเทศ หรือว่าวิ่งจากฝั่งพม่าวิ่งออกมาไกลๆ เขาไม่มีเหตุจูงใจที่ต้องวิ่งไป หรืออีกอย่างหนึ่ง เรือที่เห็นจากรูปมันจะต่ำ การวิ่งอัตราไกลที่วิ่งตรงนั้นมันอันตราย”

ทว่า ข้อสงสัยยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่กล่าวว่าใต้ท้องเรืออาจถูกสร้างเป็นห้องขนาดใหญ่ เพื่อกักเก็บข้าวของเครื่องใช้ในการดำรงชีวิต เขากล่าวว่ามีความเป็นไปได้อีกเช่นกัน และเลยยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ ว่าเรือประมงที่ลักลอบขนน้ำมันเถื่อนก็ใช้วิธีนี้เช่นกัน

“เป็นไปได้ เอาง่ายๆ เวลามองที่เห็นในส่วนที่เหนือน้ำ แต่ส่วนที่จมในน้ำเราไม่รู้ว่าเยอะแค่ไหน เอาง่ายๆ เรือประมงที่ขนน้ำมันเถื่อน มันก็จะดัดแปลงข้างล่าง เวลาคนข้างนอกมองก็จะมองเป็นเรือสำหรับบรรทุกปลา แต่เอาเข้าจริงๆ ก็จะเป็นแบบที่บอก และเขาจะทำเป็นห้องหรือว่าเป็นชั้นลงไป”

อย่างไรก็ตาม จากผลการวิเคราะห์ของผู้รอบรู้ทางด้านเรือ ทั้ง 2 ท่าน อาจจะสรุปได้ว่าเรื่องราวการอพยพของชาวโรฮีนจาทั้งหมดนี้ไม่มีความเป็นไปได้ในการชีวิตบนเรือที่ลอยลำอยู่กลางทะเลเป็นเวลาแรมเดือน และอาจจะเป็นการจัดฉากขึ้นมาก็เป็นได้ ทว่าในทางกลับกันก็ไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนเพราะยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดแต่อย่างใด

ที่มา ผู้จัดการ ออนไลน์ ไขปริศนา “เรือโรฮีนจา” ลอยลำจริงหรือแค่จัดฉาก!?