เซ็กส์ กับ การตลาด : การใช้เซ็กส์เพื่อการโฆษณา

0
993

โปรโมชั่นร้านอาหาร
ทานอาหารครับ 3,000 แถม หอม หนึ่งที
ทานอาหารครับ 5,000 แถม จูบ หนึ่งที
ทานอาหารครับ 7,000 แถม จับ หนึ่งที
ทานอาหารครับ 10,000 แถม พาไปเที่ยว หนึ่งคืน

นี่คือตัวอย่างของการตลาดแบบบ้านๆ โดยใช้เซ็กส์เป็นเครื่องมือ

หากคุณเคยสงสัยในใจว่า การใช้เซ็กส์ในการโฆษณา ช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้นหรือไม่ คำตอบคือ “ใช่”

ความจริงแล้ว มันคือหนึ่งในเครื่องมือการขายที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด ความสัมพันธ์ระหว่างเซ็กส์กับการตลาดคือส่วนผสมที่มีอยู่ในแทบทุกธุรกิจ ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้มันอย่างไร แนบเนียน หรือ โจ๋งครึ่ม อย่างไรก็ตาม หากคุณใช้มันอย่างไม่ถูกวิธีแล้วละก็ มันอาจจะช่วยผลักไสลูกค้าแทนที่จะดึงดูดลูกค้า

ประวัติศาสตร์ของ เซ็กส์ กับ การตลาด

การใช้เซ็กส์ในการตลาดไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้นมา มีข้อมูลหลักฐานยืนยันว่า ในช่วงปี คศ 1871 หรือ 144 ปีที่ผ่านมา มีโฆษณาที่ใช้เซ็กส์เป็นส่วนประกอบของการสื่อสาร เป็นครั้งแรก บุหรี่ยี่ห้อ Pearl ใช้ภาพ เทพีไมเดน เปลือยอกและของสงวน บนกล่องบุหรี่

pearl-tobacco-1871

ใช้เซ็กส์ในการโฆษณาอย่างไรให้ได้ผล?

มนุษย์เรามีสมองส่วนที่เรียกว่า โอลด์แมมมาเลียนเบรน (Old Mammalian brain) เป็นสมองส่วนที่เก่าแก่ที่สุดในแง่ของการวิวัฒนาการ สมองส่วนนี้มีหน้าที่ตอบสนองกับ สามสิ่ง คือ อาหาร อันตราย และ เซ็กส์

บนสุดของสมองส่วนนี้ มีสมองที่พัฒนามาในระยะกลาง และสมองใหม่ ซึ่งสามารถควบคุมเรื่องอารมณ์ และตรรกะการคิด

ถึงแม้ว่าสมองส่วนเก่าแก่ จะทำงานอยู่ในระดับใต้จิตสำนึก (หมายความว่าเราจะไม่รู้ตัวว่ามันกำลังทำงานอยู่) และมันยังคงทำงานต่อไปเรื่อยๆ โดยทำหน้าที่ค้นหาและคอยกระตุ้นให้สมองใหม่ได้คิดว่า อะไรที่อาจเป็นอันตราย อะไรที่ควรจะกิน และอะไรคือความเร้าใจทางเพศ(เพื่อที่จะเพศสัมพันธุ์ด้วย)

นี่คือเหตุผลว่า ทำไมการใช้เซ็กส์ในการโฆษณาจึงมีพลัง เมื่อไหร่ก็ตามที่บุคคลได้รับ “สาร” ไม่ว่าจะเป็น ภาพ ข้อความ เสียง ที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ สมองส่วนเก่าแก่จะเริ่มทำงาน และหลังจากนั้นมันจะควบคุมสมองใหม่ ทำให้เป็นเรื่องยากที่มนุษย์จะเพิกเฉยต่อ ภาพ เสียง หรือข้อความ ที่ได้รับ

สมองมนุษย์เรามีการตอบสนองในเรื่องเพศอย่างมาก มากจนขนาดที่เรียกว่า คุณไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ภาพนางแบบเปลือยในงานโฆษณา เพียงแค่ใช้บางส่วนของร่างกาย เช่น ท่อนขา หรือ ต้นคอ เท่านี้ก็สามารถส่งสารไปถึงผู้รับได้แล้ว

คำแนะนำ

ไม่ใช่ว่าสินค้าทุกชนิดจะเชื่อมโยงกับเรื่องอีโรติกได้ง่ายๆ จริงอยู่ การใช้ ภาพ เสียง ข้อความที่เกี่ยวกับเซ็กส์ ยังคงได้ผล(และช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้นด้วย) แต่มันอาจสร้างผลเสียในระยะยาวได้ เมื่อลูกค้าเริ่มจับไต๋คุณได้

อีกประการ สำหรับในประเทศที่ สังคมเปิดกว้างเรื่องเซ็กส์ เราจะพบว่าการใช้เซ็กส์กับการโฆษณาก็จะตรงไปตรงมา และโจ๋งครึ่มมากขึ้นด้วย

ภาพด้านล่าง เป็นตัวอย่างของงานโฆษณาที่ใช้ เซ็กส์ โดยที่ไม่ต้องใช้ภาพของผู้ใช้หรือผู้หญิงเปลือยเลย ในภาพเป็นรถโฟล์คสวาเก้น เต่าทอง ที่สร้างจินตนาการให้กับผู้ชมโดยการเบลอภาพส่วนที่เป็นหลังคารถ และมีข้อความ “Topless” ซึ่งการเบลอภาพแบบนี้จะพบเห็นบ่อยในฉากหนังที่แสดงให้เห็นถึงจุดปกปิดทางเพศ

beetle-cabriolet

สำหรับในยุคปัจจุบัน การแสดงออกในเรื่องเพศ และพฤติกรรมทางเพศ มีการเปิดกว้างมาก ทำให้งานโฆษณามีการใช้ เซ็กส์ มาสื่อสารอย่างเปิดเผย และบางทีอาจจะ แรง และตรงไปตรงมา มากกว่าสมัยก่อนมากมายนัก แต่ในบางสังคมหากมีข้อจำกัด บางครั้งก็มีวิธีทำให้เนียนโดยการเอามาผสมกับเรื่องตลก เพื่อให้ไม่ดูโจ๋งครึ่มมากเกินไป (สังคมไทยสมัยก่อนก็นิยมใช้เซ็กส์มาผสมกับเรื่องตลก เพื่อไม่ให้เกิดความกระอักกระอ่วนใจ)
relax

ภาพด้านล่าง เป็นกรณีศึกษา แบรนด์เสื้อผ้า Dolce&Gabbana ได้ปล่อยงานโฆษณาชิ้นนี้ในปี คศ 2007 แต่หลังจากภาพได้ปรากฏผ่านสายตาผู้คน มีหลายคนบอกว่า เป็นภาพที่ดูแล้วทำให้นึกถึงการข่มขืน กดขี่ทางเพศ ส่งผลให้งานชิ้นนี้ถูกปลดออกอย่างรวดเร็วก่อนกำหนด นี่จึงเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า การใช้ “เซ็กส์” ในการโฆษณา หากใช้ผิด มันก็จะสร้างความกระอักกระอ่วนใจแก่ผู้คน และส่งผลเสียต่อแบรนด์หรือตราสินค้าของคุณได้

Dolce-Gabbana-Fashion-ad

แล้วคุณล่ะ คิดอย่างไร ในเรื่อง เซ็กส์ กับ การตลาด?
คุณเคยเจอโฆษณาชิ้นไหนที่มีการใช้เซ็กส์มาประกอบ แล้วรู้สึกดีหรือแย่ อย่างไร?

ลองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ครับ

li