กสิกรไทย ชี้ จับตาธุรกิจ รวยหรือร่วง ปี 2559

0
805

โอกาสและความท้าทายในรายธุรกิจขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมและโครงสร้างของแต่ละธุรกิจเป็นสำคัญ หากประเมินเป็นภาพกว้างของแนวโน้มธุรกิจในปี 2559 จำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

TopDownBusiness_02

ธุรกิจดาวเด่นที่คาดว่าจะรักษาการเติบโตได้ในเกณฑ์ดี และน่าจะมีการขยายการลงทุน ได้แก่
ก่อสร้าง ขนส่ง และโลจิสติกส์
จะได้รับผลบวกจากการลงทุนและมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ รวมทั้งความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในกลุ่มอาเซียนหลังการเปิดเสรี AEC โดยคาดว่า มูลค่าการลงทุนก่อสร้างในปี 2559 อาจเติบโตในกรอบร้อยละ 5.5-7.5 เทียบกับในปี 2558 ที่อาจขยายตัวราวร้อยละ 10

ไอที
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะการมาถึงของ 4G ซึ่งจะก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนในการขยายโครงข่ายบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตโดยผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการคลื่นความถี่ เมื่อผนวกกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในยุคดิจิตอล จะส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านข้อมูลและสื่อออนไลน์ โดยประเมินว่า มูลค่าตลาดการให้บริการด้านข้อมูลในปี 2559 อาจขยายตัวมากกว่าร้อยละ 20 ต่อเนื่องจากในปี 2558 ที่เติบโตร้อยละ 25

สุขภาพ
กระแสการใส่ใจดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย และการให้ความสำคัญกับการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (ออร์แกนิกส์) จะสนับสนุนความต้องการสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์เทรนด์เหล่านี้ ทั้งบริการด้านสุขภาพ อาหารและเครื่องดื่ม เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา เป็นต้น รวมไปถึงผลิตภัณฑ์และบริการที่รองรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจงอย่างผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งบริการด้านการแพทย์ที่รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Medical Tourism) หรือนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย (Expatiation) คาดว่า รายได้ของโรงพยาบาลเอกชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2559 จะยังคงขยายตัวกว่าร้อยละ 10

TopDownBusiness_03

ธุรกิจพึงระวังที่จะยังเผชิญความท้าทายอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
อาหารแปรรูป
โดยเฉพาะกลุ่มประมง โดยผลผลิตโลกและในไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (หลังปัญหาโรคระบาดของกุ้งในไทยคลี่คลาย) อาจเป็นแรงฉุดราคา อีกทั้งไทยยังประสบกับปัญหาความสามารถทางการแข่งขันเมื่อเทียบกับคู่แข่งหลังจากสูญเสียสิทธิพิเศษทางภาษี (GSP) ของสหภาพยุโรป (EU) ไปตั้งแต่ปี 2557-2558 นอกจากนี้ ยังมีประเด็นด้านภาพลักษณ์สินค้าจากกรณีใบเหลืองใน IUU Fishing (EU จะเข้ามาตรวจสอบในไทยอีกครั้งในช่วงต้นปี 2559 ก่อนที่จะประกาศผล) และ Tier 3 ในประเด็นการค้ามนุษย์ (จะมีการประกาศผลอีกครั้งในช่วงกลางปี) ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ในกรณีที่ EU คงสถานะใบเหลืองต่อไป หรือไม่ได้ระงับการนำเข้าสินค้าจากไทย มูลค่าการส่งออกกุ้งของไทยไปยังตลาดโลกในปี 2559 อาจจะหดตัวติดต่อกันเป็นปีที่ 5 แต่ในอัตราที่น้อยลงจากในปี 2558 กระนั้น การแก้ไขปัญหาการทำประมงภายใต้กฎหมายของภาครัฐ อาจจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนและการดำเนินธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานของผู้ผลิตสินค้าประมงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade)
โดยเฉพาะโมเดลที่เน้นจับตลาดกลางลงล่างอย่างไฮเปอร์มาร์เก็ต (Hypermarket) ยังมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากรายได้เกษตรกรที่คาดว่าจะหดตัวต่อเนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้ง และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่อยู่ในระดับต่ำ หากผ่านฤดูแล้งและฝนตกได้ตามฤดูปกติ รวมทั้งมาตรการของภาครัฐเริ่มเห็นผล สภาวะอ่อนแอของกำลังซื้อเกษตรกรอาจจะทยอยปรับตัวดีขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลัง ในปี 2559 คาดว่า ยอดขายค้าปลีก Hypermarket อาจเติบโตเพียงร้อยละ 1.5-2.0 แม้ใกล้เคียงกับราวร้อยละ 1.8 ในปี 2558 แต่ก็ถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต

ยอดขายรถยนต์ในประเทศ
คาดว่าแม้จะปรับตัวดีขึ้น แต่โดยรวมแล้วก็จะยังคงอ่อนแออยู่พอสมควรจากกำลังซื้อที่ไม่เอื้อนักและผลจากการเร่งซื้อของผู้บริโภคก่อนการปรับภาษีสรรพสามิต ทำให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ จำเป็นต้องทำกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เข้มข้นมากขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2559 ยอดขายรถยนต์ในประเทศอาจจะปรับตัวอยู่ในกรอบหดตัวร้อยละ 1 ถึงขยายตัวร้อยละ 3 เทียบกับที่คาดว่าจะหดตัวร้อยละ 13 ในปี 2558

ยังมีธุรกิจใดอีกบ้างที่ยังต้องเผชิญตวามยากลำบากในปี 2559 …
และแนวโน้มเศรษฐกิจและธุรกิจของไทยในปีนี้จะเป็นอย่างไร…

ติดตามอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทวิเคราะห์ฉบับเต็ม…